Hướng dẫn

ขั้นตอนจดแจ้ง อย. เครื่องสำอาง: คู่มือฉบับเจ้าของแบรนด์ ตั้งแต่สูตรถึงวางขาย

สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มแบรนด์ความงาม คำถามที่มักมาก่อนเรื่องยอดขายเสมอคือ "ต้องจดแจ้ง อย. อย่างไร" เพราะเครื่องสำอางที่วางจำหน่ายในประเทศไทยต้องมีเลขที่ใบรับจดแจ้งกำกับ และหลายช่อง

5Biên tập: 5Fine· Cập nhật 13/10/2026· 2 phút đọc
ขั้นตอนจดแจ้ง อย. เครื่องสำอาง: คู่มือฉบับเจ้าของแบรนด์ ตั้งแต่สูตรถึงวางขาย

สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มแบรนด์ความงาม คำถามที่มักมาก่อนเรื่องยอดขายเสมอคือ "ต้องจดแจ้ง อย. อย่างไร" เพราะเครื่องสำอางที่วางจำหน่ายในประเทศไทยต้องมีเลขที่ใบรับจดแจ้งกำกับ และหลายช่องทางขาย ทั้งร้านค้าปลีก มาร์เก็ตเพลส หรือการส่งออก ล้วนขอเอกสารชุดนี้เป็นด่านแรก บทความนี้เรียบเรียง ขั้นตอนจดแจ้ง อย. เครื่องสำอาง ในมุมของเจ้าของแบรนด์ B2B — ไม่ใช่มุมผู้บริโภค — ว่าแต่ละขั้นเกี่ยวข้องกับงานพัฒนาสินค้า บรรจุภัณฑ์ และการผลิตอย่างไร เพื่อให้คุณวางลำดับงานได้ถูกตั้งแต่ต้น ไม่ต้องย้อนกลับมาแก้ฉลากหรือแก้สูตรทีหลัง ข้อมูลด้านกฎระเบียบในที่นี้เป็นแนวทางเบื้องต้น ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้ดำเนินการด้านเอกสารในแต่ละกรณี

เข้าใจก่อนเริ่ม: การจดแจ้งเครื่องสำอางคืออะไร และใครเป็นผู้ยื่น

เครื่องสำอางในประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ต้อง "จดแจ้ง" ก่อนผลิตเพื่อขายหรือนำเข้า ซึ่งต่างจากการ "ขึ้นทะเบียน" แบบยา กล่าวคือ ผู้ประกอบการเป็นผู้แจ้งรายละเอียดสินค้า สูตรส่วนประกอบ ชื่อการค้า และข้อมูลผู้ผลิต/ผู้นำเข้า ต่อหน่วยงานกำกับดูแล แล้วจึงได้เลขที่ใบรับจดแจ้งมาใช้แสดงบนฉลาก

ประเด็นที่เจ้าของแบรนด์มักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ ใครควรเป็นชื่อผู้จดแจ้ง ระหว่างนิติบุคคลของแบรนด์เอง กับโรงงานผู้ผลิต คำตอบขึ้นกับโครงสร้างธุรกิจที่คุณต้องการ หากคุณต้องการถือสิทธิ์ในแบรนด์และย้ายฐานการผลิตได้ในอนาคต การให้นิติบุคคลของคุณเป็นผู้จดแจ้งมักตอบโจทย์มากกว่า แต่ก็ต้องเตรียมเอกสารนิติบุคคลและข้อมูลสถานที่ให้ครบ ส่วนกรณีที่ยังเป็นบุคคลธรรมดาหรือเพิ่งเริ่มต้น หลายแบรนด์เลือกให้ฝั่งผู้ผลิตดำเนินการให้ก่อน แล้วค่อยปรับโครงสร้างภายหลัง ประเด็นนี้ควรคุยให้ชัดกับคู่ค้าตั้งแต่ก่อนเริ่ม พัฒนาสูตร เพราะมีผลต่อสัญญาและการเป็นเจ้าของข้อมูลสูตรด้วย

ขั้นตอนจดแจ้ง อย. เครื่องสำอาง แบบเรียงลำดับงานจริง

ลำดับด้านล่างคือภาพรวมที่เจ้าของแบรนด์ควรเห็น เพื่อวางแผนงานคู่ขนานกับการผลิต

1) เตรียมสถานะผู้ประกอบการ — จดทะเบียนนิติบุคคล (หรือเตรียมเอกสารบุคคลธรรมดา) และสมัครบัญชีผู้ใช้ในระบบยื่นคำขอแบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมหนังสือมอบอำนาจหากให้ผู้อื่นดำเนินการแทน

2) ระบุประเภทสินค้าและสูตรให้นิ่ง — ต้องรู้ว่าสินค้าคืออะไร เช่น ครีมบำรุง เซรั่ม ครีมกันแดด แชมพู หรือ น้ำหอม เพราะแต่ละประเภทมีข้อกำหนดด้านส่วนผสมและการกล่าวอ้างต่างกัน

3) ตรวจสอบส่วนผสมกับบัญชีสารที่ควบคุม — ทั้งสารห้ามใช้ สารที่ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไข และความเข้มข้นสูงสุดที่อนุญาต ขั้นนี้มักเป็นจุดที่สูตรต้องปรับ จึงควรทำก่อนสั่งผลิตจริง

4) เตรียมข้อมูลผู้ผลิต — ชื่อและที่อยู่โรงงาน พร้อมหลักฐานมาตรฐานการผลิตตามที่ร้องขอ หากเป็นสินค้านำเข้า ต้องมีเอกสารจากผู้ผลิตต้นทางประกอบ

5) ยื่นคำขอจดแจ้งพร้อมข้อมูลฉลาก — ชื่อการค้า ชื่อสินค้า ส่วนประกอบ ปริมาณบรรจุ วิธีใช้ คำเตือน ชื่อผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย

6) รับเลขที่ใบรับจดแจ้งและนำไปแสดงบนฉลาก — จากนั้นจึงปิดอาร์ตเวิร์กขั้นสุดท้ายและเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์

7) ดูแลหลังได้เลข — ติดตามวันหมดอายุของใบรับจดแจ้งเพื่อต่ออายุ และแจ้งแก้ไขเมื่อมีการเปลี่ยนสูตร เปลี่ยนขนาดบรรจุ หรือเปลี่ยนผู้ผลิต

ระยะเวลาและค่าธรรมเนียมในแต่ละกรณีแตกต่างกันตามประเภทสินค้าและความครบถ้วนของเอกสาร จึงควรยืนยันกับหน่วยงานหรือผู้ดำเนินการในขณะยื่นจริง

เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียม (และจุดที่มักตกหล่น)

ชุดข้อมูลหลักที่ใช้ในการจดแจ้งมักประกอบด้วย: ข้อมูลนิติบุคคลหรือผู้ประกอบการ, ชื่อการค้าและชื่อสินค้า, สูตรส่วนประกอบพร้อมชื่อสากล (INCI) และสัดส่วน, วัตถุประสงค์การใช้, ขนาดบรรจุและชนิดภาชนะ, ข้อมูลโรงงานผู้ผลิต และร่างฉลาก

จุดที่มักทำให้งานสะดุด ได้แก่

  • ชื่อการค้าซ้ำหรือสื่อสรรพคุณเกินจริง เช่น คำที่สื่อถึงการรักษาโรค ทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อและพิมพ์กล่องใหม่
  • ข้อความบนฉลากไม่ครบตามที่กำหนด เช่น ขาดคำเตือน เลขครั้งที่ผลิต หรือเดือนปีที่ผลิต/หมดอายุ
  • ปรับสูตรหลังยื่นไปแล้ว เช่น เปลี่ยนน้ำหอมแต่งกลิ่นหรือเปลี่ยนสารกันเสีย ซึ่งต้องแจ้งแก้ไข
  • เพิ่มขนาดบรรจุใหม่ (เช่น ทำไซซ์ทดลอง) โดยไม่ได้เผื่อไว้ตั้งแต่ต้น

วิธีลดความเสี่ยงคือปิดสูตรและปิดอาร์ตเวิร์กฉลากให้นิ่งก่อนยื่น และให้ทีมที่ดูแลเอกสารอ่านข้อความโฆษณาบนบรรจุภัณฑ์ควบคู่ไปด้วย ไม่แยกกันทำคนละช่วงเวลา

วางงานเอกสารให้ขนานไปกับการพัฒนาสินค้า

ความผิดพลาดที่พบบ่อยในแบรนด์ใหม่คือทำตามลำดับ "คิดคอนเซ็ปต์ → ออกแบบกล่อง → สั่งผลิต → ค่อยคิดเรื่อง อย." ซึ่งทำให้ต้องย้อนกลับมาแก้หลายรอบ ลำดับที่ปลอดภัยกว่าคือให้งานกำกับดูแลเดินคู่ไปกับงานพัฒนาสินค้าตั้งแต่ต้น

ในทางปฏิบัติ กระบวนการ OEM เครื่องสำอาง ที่วางไว้ดีจะไล่จากการคุยคอนเซ็ปต์และกลุ่มเป้าหมาย → กำหนดตำแหน่งสินค้า → พัฒนาสูตรและทำตัวอย่าง → ออกแบบบรรจุภัณฑ์ → จัดเตรียมเอกสารและการตรวจวิเคราะห์สำหรับตลาดปลายทาง → ผลิต → ตรวจสอบคุณภาพ → จัดส่งและส่งออก จะเห็นว่าขั้นเอกสารถูกวางไว้ก่อนการผลิตจริง ไม่ใช่หลังจากนั้น

สำหรับแบรนด์ที่ต้องการความเร็ว การเลือกเส้นทาง ODM คือใช้สูตรที่พร้อมอยู่แล้วและปรับกลิ่น สี เนื้อสัมผัส บรรจุภัณฑ์ มักทำให้ข้อมูลส่วนผสมพร้อมสำหรับงานเอกสารเร็วกว่า ขณะที่การพัฒนาสูตรใหม่ทั้งหมดให้ความแตกต่างสูงกว่าแต่ต้องเผื่อเวลาสำหรับการทดสอบและจัดทำข้อมูลประกอบ ทั้งสองเส้นทางใช้ได้ ขึ้นกับว่าคุณจะ สร้างแบรนด์ของคุณเอง ด้วยจุดขายแบบไหน

เลือกผู้ผลิตอย่างไรให้เอกสารไม่กลายเป็นคอขวด

โรงงานไม่ได้มีไว้แค่ผสมและบรรจุ แต่เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของงานจดแจ้ง ทั้งรายละเอียดสูตร เอกสารมาตรฐานการผลิต และข้อมูลวัตถุดิบ สิ่งที่ควรถามก่อนตัดสินใจ ได้แก่ โรงงานผลิตภายใต้มาตรฐานใด (เช่น GMP/ISO), ให้ข้อมูลส่วนประกอบในรูปแบบที่ใช้ยื่นได้หรือไม่, รองรับการปรับสูตรเมื่อพบส่วนผสมที่มีเงื่อนไขหรือไม่ และหากต้องการขยายไปตลาดต่างประเทศ จะจัดเตรียมเอกสารตามตลาดปลายทางได้ในระดับใด

ประเภทสินค้าก็มีผลต่อการเลือกสายการผลิต งาน รับผลิตสกินแคร์ ประเภทเซรั่มหรือครีมบำรุงต่างจากงานแป้งแต่งหน้าหรืองานกลิ่น และ รับผลิตน้ำหอม ก็ต้องการความเชี่ยวชาญด้านการประกอบกลิ่นและภาชนะเฉพาะ การเลือก โรงงานผลิตครีม ที่ถนัดเนื้อสัมผัสแบบที่คุณต้องการ จึงช่วยลดรอบแก้ตัวอย่างและลดการแก้เอกสารตามไปด้วย

อีกทางเลือกหนึ่งคือทำงานกับพาร์ทเนอร์ที่ดูแลครบวงจรจุดเดียว — ตั้งแต่สูตร บรรจุภัณฑ์ เอกสาร การผลิต ไปจนถึงการส่งออก — แทนการประสานแล็บ โรงงาน ดีไซเนอร์ และผู้ให้บริการขนส่งแยกกันเอง 5FINE (5fineglobal.com) ทำงานในรูปแบบนี้ผ่านเครือข่ายโรงงานพันธมิตรที่ได้มาตรฐาน GMP ในไทย เกาหลี ญี่ปุ่น และดูไบ โดยรายละเอียดเงื่อนไขขึ้นกับประเภทสินค้าและจำนวน ทีมงานจะให้คำแนะนำในขั้นเสนอราคา และหากต้องการเปรียบเทียบผู้ผลิตไทยหลายรายก่อนตัดสินใจ แพลตฟอร์ม B2B อย่าง thaimost.com ก็เป็นช่องทางส่งคำขอใบเสนอราคาได้เช่นกัน

หลังได้เลขจดแจ้ง: ฉลาก การสื่อสาร และการเตรียมส่งออก

ได้เลขที่ใบรับจดแจ้งแล้วยังไม่จบ สิ่งที่ต้องดูแลต่อคือความสอดคล้องระหว่างสิ่งที่จดแจ้งกับสิ่งที่ขายจริง ฉลากต้องแสดงข้อมูลครบตามที่กำหนด และข้อความสื่อสารการตลาด ทั้งบนกล่อง หน้าร้านออนไลน์ และคอนเทนต์ของพาร์ทเนอร์ ควรหลีกเลี่ยงการกล่าวอ้างในเชิงรักษาโรคหรือผลลัพธ์เกินกว่าที่ข้อมูลรองรับ เพราะความรับผิดชอบส่วนนี้อยู่ที่เจ้าของแบรนด์

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ เช่น เปลี่ยนสูตร เปลี่ยนผู้ผลิต เพิ่มขนาดบรรจุ หรือเปลี่ยนชื่อการค้า ต้องดำเนินการแจ้งแก้ไขหรือยื่นใหม่ตามกรณี และควรมีระบบติดตามวันหมดอายุของใบรับจดแจ้งแต่ละ SKU ไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะเมื่อพอร์ตสินค้าเริ่มมีหลายรายการ

หากวางแผนส่งออก ให้เผื่อว่าแต่ละประเทศมีระบบของตัวเอง เอกสารชุดไทยอาจใช้เป็นฐานข้อมูลได้ แต่ยังต้องจัดทำเพิ่มตามข้อกำหนดปลายทาง รวมถึงกรณีตลาดที่ต้องการเอกสารฮาลาลหรือรายงานผลทดสอบเฉพาะ แนะนำให้ตรวจสอบกับหน่วยงานหรือผู้ดำเนินพิธีการในประเทศนั้น ๆ ก่อนกำหนดแผนการวางขาย เพื่อให้ไทม์ไลน์ของ สกินแคร์ หรือกลุ่มกลิ่นที่คุณเตรียมไว้สอดคล้องกับความเป็นจริง

Cần hỗ trợ từ chuyên gia?

Để lại thông tin, đội ngũ sẽ liên hệ sớm.

FAQ

Câu hỏi thường gặp

ต้องจดทะเบียนบริษัทก่อนจึงจะจดแจ้งเครื่องสำอางได้หรือไม่

ขึ้นกับรูปแบบที่คุณเลือก ผู้ประกอบการสามารถเป็นได้ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่หากตั้งใจขยายช่องทางค้าปลีก ทำงานกับผู้จัดจำหน่าย หรือส่งออกในอนาคต การใช้นิติบุคคลเป็นผู้จดแจ้งมักช่วยให้โครงสร้างสิทธิ์ในแบรนด์ชัดเจนกว่า แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนยื่น

ใช้สูตรสำเร็จของโรงงาน (ODM) กับพัฒนาสูตรใหม่ ต่างกันอย่างไรในแง่เอกสาร

การใช้สูตรที่มีอยู่แล้วมักมีข้อมูลส่วนประกอบและข้อมูลประกอบพร้อมอยู่ระดับหนึ่ง จึงเตรียมเอกสารได้เร็วกว่า ส่วนการพัฒนาสูตรใหม่ต้องเผื่อเวลาสำหรับการทดสอบความคงตัวและจัดทำข้อมูลเพิ่ม แลกกับความแตกต่างของสินค้าที่สูงกว่า ทั้งสองแนวทางใช้ได้ ขึ้นกับจุดขายและแผนเปิดตัวของแบรนด์

ถ้าเปลี่ยนขนาดบรรจุหรือเปลี่ยนกลิ่น ต้องยื่นใหม่ไหม

การเปลี่ยนแปลงที่กระทบสาระสำคัญ เช่น สูตร ส่วนผสม ขนาดบรรจุ หรือผู้ผลิต โดยทั่วไปต้องดำเนินการแจ้งแก้ไขหรือยื่นใหม่ตามกรณี จึงควรวางแผนไลน์สินค้าทั้งชุด รวมถึงไซซ์ทดลอง ตั้งแต่ก่อนยื่นครั้งแรก เพื่อลดงานซ้ำ รายละเอียดควรยืนยันกับหน่วยงานหรือผู้ดำเนินการเอกสาร

จดแจ้งในไทยแล้วส่งออกไปต่างประเทศได้เลยหรือไม่

ไม่เสมอไป แต่ละประเทศมีระบบกำกับดูแลของตนเอง เอกสารที่จัดทำในไทยมักใช้เป็นฐานข้อมูลตั้งต้นได้ แต่อาจต้องจัดทำเอกสารหรือผลทดสอบเพิ่มตามข้อกำหนดปลายทาง แนะนำให้ตรวจสอบกับหน่วยงานหรือผู้ดำเนินพิธีการในประเทศนั้นก่อนกำหนดแผนวางขาย

Nội dung do đội ngũ 5Fine biên soạn với mục đích tham khảo. Một số liên kết có thể dẫn tới đối tác được giới thiệu.

รับคำปรึกษา OEM ฟรี